tweetbutton

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตำหนักนางพญา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตำหนักนางพญา แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2554

สภาพเกาหลี กับสงครามระหว่างชาติเพื่อนบ้าน ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน

หลายคนที่ได้ดูซีรี่ส์เกาหลีมาแล้วหลายเรื่อง ก็อาจจะได้เห็นว่า เกาหลีตกอยู่ในสภาพที่มหาอำนาจเพื่อนบ้านต่างต้องการแย่งชิงมาตลอด หรือแม้แต่กับชนเผ่าเร่ร่อนก็ตาม ดังนั้นจึงขอประมวลหนัง(เท่าที่รู้)ที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับสงครามระหว่างแต่ละประเทศที่มีเกาหลีเป็นเหตุของสงคราม เรียงตามช่วงเวลาดังนี้

ก่อนอื่น ต้องเอ่ยถึงสาเหตุก่อน เพราะเกาหลีตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เป็นจุดเริ่มของการแสวงหาอิทธิพล ในดินแดนตรงข้าม(เกาหลีกั้นจีนกับญี่ปุ่น กั้นจีนกับชนเผ่าเร่ร่อน และกั้นรัสเซียกับจีนและญี่ปุ่น) จึงกลายเป็นว่า ถ้าฝ่ายใดต้องการมีอิทธิพล ก็ต้องเริ่มที่เกาหลีก่อน เช่นญี่ปุ่น ถ้าต้องการรุกรานจีน ก็ต้องยึดเกาหลีให้ได้ ส่วนชนเผ่าเร่ร่อนนั้น เห็นว่าเกาหลีเป็นมิตรกับจีน จึงต้องปราบเกาหลีให้ได้ เพื่อมิให้เกิดศึกสองด้านขณะที่ตีจีน

สงครามครั้งแรก : กับชี่ตัน ในสมัยพระเจ้าซองจงแห่งโครยอ(ค.ศ.993) จบลงในสมัยพระเจ้าฮยอนจง(ค.ศ.1019) สำหรับซีรี่ส์ที่เกี่ยวข้องน่าจะมีแต่เรื่องชอนชู หัวใจเพื่อแผ่นดิน


สงครามครั้งที่2 : กับมองโกล เกิดขึ้นในสมัยพระเจ้าโคจงแห่งโครยอ(ค.ศ.1225) จบลงในสมัยพระเจ้าวอนจง(ค.ศ1270)เกาหลีพ่ายแพ้ ตกอยู่ใต้การปกครองของมองโกล สำหรับซีรี่ส์ที่เกี่ยวข้องยังไม่รู้จริงๆ

สงครามครั้งที่3 : กับญี่ปุ่น เกิดขึ้นในสมัยพระเจ้าซอนโจแห่งโชซอน(ค.ศ.1592)จบลงในสมัยเดียวกัน(ค.ศ.1598)ครั้งนี้มีจีนเข้ามาช่วย ญี่ปุ่นภายใต้การยำของฮิเดโยชิจึงถอยไป แต่ก็ทำให้เกาหลีเสียหายอย่างหนัก และเริ่มเข้าสู่จุดตกต่ำสำหรับซีรี่สที่พอจะเกี่ยวข้องอยู่บ้างก็มีเรื่องตำหนักนางพญา

สงครามครั้งที่4 : กับแมนจู เกิดขึ้นในสมัยพระเจ้าอินโจ(ค.ศ.1619)จบลงในสมัยเดียวกัน(ค.ศ1636) ผลคือเกาหลีแพ้ และตกเป็นประเทศราชของจีน ซีรี่ส์เรื่องตำหนักนางพญาก็ค่อนข้างเกี่ยวข้องกัน เพราะสงครามนี้อาจไม่เกิดขึ้น ถ้าพระเจ้าควางแฮกุนที่ดำเนิน
นโยบายเป็นกลางระหว่างราชวงศ์หมิงของจีนกับแมนจูไม่ถูกับไล่แล้วเชิญพระเจ้าอินโจที่ต่อต้านแมนจูขึ้นมา

สงครามครั้งที่5 : สงครามจีน – ญี่ปุ่น ค.ศ1894 เกิดในสมัยพระเจ้ากวางสูของจีน ที่มีซูสีไทเฮากุมอำนาจ , ญี่ปุ่นในสมัยจักรพรรดิเมจิ และเกาหลีสมัยพระเจ้าโคจงแห่งโชซอน ยุติในค.ศ.1895 ผลคือจีนแพ้ เกาหลีหลุดพ้นจากอิทธิพลของจีน แต่ก็ไม่ได้อยู่ใต้อิทธิพลญี่ปุ่น เพราะพระเจ้าโคจงหนีเข้าสถานทูตรัสเซีย ทำให้รัสเซียเข้ามามีอิทธิพลแทนในเวลาสั้นๆ ซีรี่ส์ที่เกี่ยวข้องมีทั้งจีน และเกาหลี คือเรื่องซูสีไทเฮา(ที่ออนแอร์ทางทีวีไทย) กับเรื่อง Empress Myung Sung

สงครามครั้งที่6 : สงครามรัสเซีย – ณี่ปุ่น ค.ศ.1904 – 1905 เกิดขึ้นในสมัยพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่2ของรัสเซีย ญี่ปุ่นสมัยจักรพรรดิเมจิ เกาหลีสมัยพระเจ้าโคจง เกิดจากการที่รัสเซียเข้ามามีอิทธิพลในเกาหลี และญี่ปุ่นต้องการกำจัดรัสเซียออกไป ผลคือรัสเซ๊ยแพ้ เกาหลีอยู่ใต้การปกครองของญี่ปุ่นในฐานะ"รัฐอารักขา"ของญี่ปุ่น ก่อนจะถูกผนวกในค.ศ.1910สำหรับซีรี่ส์ที่พอจะเกี่ยวข้องบ้างก็น่าจะเป็น Empress Myung Sung นอกนั้นก็ไม่รู้จริงๆ

สงครามครั้งที่7 : สงครามเกาหลี ค.ศ. 1950 – 1953 เกิดจากการแบ่งเกาหลีหลังสงครามโลกครั้งที่สองของบรรดามหาอำนาจ โดยแบ่งเกาหลีที่เส้น38องศา โดยทางเหนือให้สหภาพโซเวียตดูแล ส่วนทางใต้สหรัฐเข้าดูแล แต่ก็เกิดปัญหาในการรวมขึ้น เพราะต่างฝ่ายต่างเผยแพร่แนวคิดทางการเมืองของตนเข้าไป โซเวียตแพร่คอมมิวนิสต์ สหรัฐแพร่ประชาธิปไตย จึงเกิดความแตกต่างทางการเมือง ขณะเดียวกันแนวทางการรวมเกาหลีของสองฝ่ายก็ต่างกัน ทางเหนือเน้นใช้กำลัง ทางใต้เสนอใช้การลงมติ เกาหลีเหนือจึงเริ่มรุกก่อน จนเกือบรวมได้สำเร็จ UN ภายใต้การนำของสหรัฐก็ขวางไว้ก่อน และรุกจนเกือบรวมเกาหลีได้ แต่จีนก็เข้ามาร่วมและผลักดันให้กลับไปอยู่ที่เส้น38องศาตามเดิม ในที่สุด1953ก็ได้มีการลงนามในข้อตกลงหยุดยิง และไม่ถือว่าสงครามยุติจนปัจจุบัน หนังที่เกี่ยวข้องก็คือเรื่อง แททึกกี


ซีรี่ส์ทั้งหลายที่ไม่รู้จริงๆก็รบกวนท่านผู้อ่านแนะนำด้วยครับ ขอบคุณครับ ^_^

วันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ยอนซันกุน VS ควางแฮกุน จุดเหมือน – จุดต่าง นโยบายในสมัยทั้งสอง เป็นทรราชย์หรือไม่ อย่างไร

สำหรับท่านที่เคยดู บันทึกรักคิมชูซฮน สุภาพบุรุษมหาขันที ตอนกลางไปจนถึงท้ายเรื่อง จะมีองค์ชายองค์หนึ่งคือองค์ชายยอนซํน ที่เป็นโอรสของมเหสียุน หรือยุนโซวา ที่ถูกประทานยาพิษ ต่อมาจะได้ครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งโชซอน และจะถูกยึดอำนาจและเนรเทศไปในเวลาต่อมา

ยอนซันกุน ในหนังคิมชูซอน

ส่วนกษัตริย์อีกพระองค์ คือควางแฮกุน สำหรับท่านที่ได้ดูหนังเรื่องตำหนักนางพญาที่ออกอากาศทางช่อง 3 ทรงขึ้นครองราชย์โดยการสนับสนุนของขุนนางกลุ่มของ จองอินฮง และลียีชอง และยังมีคิมซังกุงร่วมด้วย และในที่สุด ก็ถูกขุนนางฝ่ายตะวันตกยึดอำนาจและถูกเนรเทศไปเกาะคังฮวาในเวลาต่อมา


ควางแฮกุนในหนังตำหนักนางพญา

ทีนี้ เราเรามาดูนโยบายของทั้งสองกันก่อนครับ

ยอนซันกุน - เริ่มต้นก็ทรงสั่งประหารกลุ่มนักปราชญ์ที่เขียนตำราที่ต่อต้านการขึ้นครองบัลลังก์ของพระเจ้าเซโจ ทวดของพระองค์ และต่อมา เมื่อทรงทราบเรื่องการสิ้นพระชนม์ของพระมารดา (มเหสียุน) ก็ได้สั่งให้หาตัวผู้ที่มีส่วนในการสิ้นพระชนม์ และให้ประหารเสีย ซึ่งก็รวมไปถึงพระอัยยิกายินซู ซึ่งเป็นผู้สั่งประหารพระนาง และพระสนมชอง พระสนมออม พระสนมของพระบิดาของพระองค์ รวมทั้งขุดศพ ฮันมยองเฮ หรือใต้เท้าซํงตัง ขึ้นมาตัดหัวประจาน เป็นการประหารนักปราชญ์ครั้งที่สอง ปลายรัชกาล ก็ได้ทรงทำลายพุทธศาสนาในเกาหลีลง โดยการปิดวัดและยึดทรัพย์ของวัดมาทั้งหมด และได้ให้คัดเลือกหญิงงามทั่วประเทศ ซึ่งมีนางโลมมาด้วย และได้รับตั้งเป็นพระสนมซูยง จนเกิดกลียุค และชาวบ้านก็ได้เขียนข้อความด่าพระองค์เป็นอักษรฮันกึล จึงทำให้พระองค์สั่งห้ามใช้อักษรฮันกึล ในที่สุด พระองค์ก็ถูกยึดอำนาจ โดยกลุ่มของปักควอนจง ซองฮึยอัน และถูกเนรเทศไปอยู่ที่เกาะคังฮวา จนสิ้นพระชนม์ในปีเดียวกัน


พระพันปียินซู ในหนังคิมชูซอน

ควางแฮกุน – ทรงสั่งเนรเทศองค์ชายอิมแฮ พระเชษฐาร่วมพระมารดาของพระองค์ ไปที่เกาะคังฮวา แต่ถูกคนของลียีชองบังคับให้ทำอัตวินิบาตกรรม (ฆ่าตัวตาย) ต่อมาทรง เนรเทศองค์ชายยองชาง โอรสของพระพันปีอินมก และก็ได้ถูกรมควันในที่พักจนตาย (ขออธิบายก่อนนะครับ ที่เกาหลีใช้ระบบทำความร้อนที่ใช้ฟืนจุดที่พื้นใต้ถุนบ้านและส่งความร้อนไปทั่วบ้าน เรียกว่าระบบอนโดล ใช้กันมาตั้งแต่สมัยสามก๊กของเกาหลีครับ และเมื่อจุดฟืนมากไป ก็จะร้อนจนรมควันนั่นแหละครับ) โดยคนของลียีชอง ต่อมาก็ได้ทรงเนรเทศองค์ชายนึงชาง โอรสองค์ชายจองวอนพระอนุชาของพระองค์ ไปที่เกาะคังฮวา และได้ถูกบีบให้ทำวินิบาตกรรมเหมือนองค์ชายอิมแฮ ต่อมาก็ได้ทรงปลดพระพันปีอิมมก เป็นเพียงซอกุง ที่มีฐานะเสมือนสนมของกษัตริย์ในรัชกาลก่อน และได้ประหารขุนนางกลุ่มที่หนุนพระพันปี รวมถึงบิดาและพี่น้องของพระนาง รวมไปจนถึงเนรเทศมารดาของพระนาง ในรัชกาลของพระองค์ เป็นช่วงที่ราชวงศ์หมิงของจีน กำลังเข้าสู่จุดล่มสลาย และเผ่าแมนจูก็ตั้งเป็นแคว้นจิน และเข้าโจมตีจีน จึงทำให้โชซอนซึ่งเป็นเสมือนประเทศราชของจีน ตกในฐานะลำบาก เมื่อจีนได้ขอกำลังหนุนจากโชซอน ในขณะเดียวกันแมนจูก็ขอมิให้ส่งกำลังเข้าไปช่วย จึงทรงส่งกองทัพไปช่วย 13,000 คน แต่ก็ทรงได้มีคำสั่งลับกับคังฮงนิบแม่ทัพว่าถ้าเห็นใครได้เปรียบก็ให้ไปช่วยฝั่งนั้น ในที่สุดคังฮงนิบก็ไปช่วยฝั่งแมนจู และพระองค์ก็ถูกกลุ่มขุนนางตะวันตกยึดอำนาจ และถูกเนรเทศไปที่เกาะคังฮวา และสิ้นพระชนม์ในเวลา 20 ปีต่อจากนั้น


พระพันปีอิมมก ในหนังตำหนักนางพญา

ทีนี้ เรามาวิเคราะห์กันดีกว่า ว่าอะไรที่ทำให้กษัตริย์ทั้งสองกลายเป็นกษัตริย์ที่มือเปื้อนเลือดเช่นนี้

ยอนซันกุน – ในส่วนตัวแล้ว เห็นว่าทรงมีปมที่สูญเสียพระมารดา และทรงเจ็บแค้น เรื่องนี้อยู่แล้ว เมื่อทรงรู้ความจริงเข้า จริงทรงระบายและแก้แค้นแทนพระมารดาของพระองค์ จึงเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น และรวมถึงมหาดเล็กกังฉินและขุนนาง ที่คอยยุยงส่งเสริม และต้องการกำจัดกลุ่มอิทธิที่เป็นศัตรูกับตนเองด้วย อีกทั้งทรงเป็นกษัตริย์ที่สร้างความเสื่อมเสียต่ออาณาจักร

ควางแฮกุน – ในส่วนตัวแล้ว เห็นว่าทรงเป็นกษัตริย์ที่อ่อนแอ และเลือกใช้คนผิดอย่างลียีชอง เพราเรื่องการสิ้นพระชนม์ขององค์ชายทั้งสามนั้น หาได้เกี่ยวข้องกับพระองค์ รวมถึงพระพันปีอิมมกที่ถูกปลดนั้น ก็เป็นฝีมือของขุนนาง และพระพันปีนั้นทรงเป็นเพียงพระมารดาเลี้ยงเท่านั้น(ทรงเป็นโอรสที่ประสูติจากสนมกงพิน ในพระเจ้าซอนโจ) และนโยบายที่ส่วนตัวเห็นว่าถูกต้องก็คือ เรื่องการที่ส่งทหารไปช่วยจีนที่กล่าวไปแล้ว เพราะราชวงศ์หมิงก็ถูกล้มลงโดยแมนจูในที่สุด

ต้องขอบอกเป็นเกร็ดเล็กน้อยว่า สังเกตได้ใช่ไหมครับว่าทั้งสองพระองค์ จะลงท้ายพระนามว่ากุน เพราะทั้งสองพระองค์มิได้รับการยอมรับในฐานะกษัตริย์ จึงถูกเรียกว่า กุนซึ่งแปลว่า องค์ชาย

อีกข้อหนึ่งที่สังเกตได้ก็คือ ทั้งยอนซันกุน ควางแฮกุน องค์ชายอิมแฮ องค์ชายยองชาง และองค์ชายนึงชาง ต่างถูกเนรเทศไปอยู่ที่เกาะคังฮวาทั้งหมด

โดยในสมัยโชซอน กษัตริย์ที่ถูกยึดอำนาจ ก็มีเพียง 2 องค์นี้เท่านั้น และส่วนตัวแล้วก็สรุปได้ว่า ยอนซันกุนเป็นทรราชย์ ส่วนควางแฮกุนเป็นเพียงกษัตริย์ที่อ่อนแอเท่านั้น

และเพิ่มเติมในหนังคิมชูซอน จะไม่เห็นการประหารพระพันปียินซู เพราะการสร้างหนังจะต้องมีเนื้อหาที่ซอฟท์ลง การประหารญาติเช่นนี้ถือว่ารุนแรงเกินไปครับ

วันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ตำหนักนางพญา.....เหตุการณ์หลังจากนั้น

หนังเรื่องนี้อาจไม่ค่อยรู้จักกัน เพราะเป็นหนังที่ออกอากาศตอนดึกตี 2 ครึ่ง – ตี 4 ทางช่อง 3 คืนนี้จะถึงตอนจบแล้วครับ ก่อนอื่นเราต้องเอ่ยถึงเรื่องราวโดยย่อกันก่อน



เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในสมัยพระเจ้าควางแฮกุนแห่งราชวงศ์โชซอน (สำหรับผู้ที่เคยดูเรื่องหมอโฮจุน ท่านมีชีวิตในสมัยนี้ครับ) โดยย้อนไปสมัยพระเจ้าซอนโจพระบิดาของพระองค์ ในขณะที่พระองค์เป็นรัชทายาท แสดงถึงการก้าวสู่การเป็นกษัตริย์ของพระเจ้า ควางแฮ ตลอดจนการสิ้นสุดสมัยของพระองค์โดยถูกกลุ่มขุนนางยึดอำนาจ และเล่ห์เหลี่ยมทางการเมืองต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเรื่องนี้ เรื่องนี้สร้างขึ้นในพ.ศ.2538/ค.ศ.1995 เหตุการณ์สำคัญโดยเฉพาะการต่างประเทศที่สำคัญ จะอยู่ท้ายเรื่อง คือการที่อาณาจักรจิน (หรือแมนจูที่จะมาตั้งราชวงศ์ชิงที่จีน) ยกทัพเข้าตีจีนในสมัยปลายราชงศ์หมิง โดยที่จีนก็ขอกำลังจากโชซอน ส่วนทางแมนจูก็ขออย่าให้ส่งไปช่วย (ทำเกียร์ว่างนั่นเอง) เหตุการณ์นี้ทำให้พระองค์ทรงขัดแย้งกับขุนนาง โดยที่พระองค์เห็นว่าไม่ควรส่งไป แต่ขุนนางกลับเห็นให้ส่งไป ซึ่งผลก็คือจำต้องส่งไป แต่พระเจ้าควางแฮก็ได้มีคำสั่งลับให้คังฮงนิบ แม่ทัพที่นำทัพไปช่วยจีนว่าหากเห็นว่าใครได้เปรียบกว่าก็ให้ไปเข้ากับฝ่ายนั้น ในที่สุดแม่ทัพก็ยกทหารไปเข้ากับแมนจู ส่วนรายละเอียด ก็ไปดูย้อนหลังกันนะครับ หลังจากนี้(ซึ่งหนังที่ออนแอร์จะมาถึงตอนนี้)พระเจ้าควางแฮจะถูกยึดอำนาจโดยขุนนางกลุ่มตะวันตก และถูกเนรเทศไปเกาะคังฮวา อยู่ที่นั่น 17 ปีจนสิ้นพระชนม์ ส่วนองค์ชายนึงยาง โอรสองค์ชายจองวอน ก็ได้ครองราชย์เป็นพระเจ้าอินโจ ทีนี้เราจะเข้าเรื่องของเหตุการณ์ต่อจากนั้นกันครับ

หลังจากนี้ กลุ่มขุนนางที่หนุนพระเจ้าอินโจเป็นพวกนิยมราชวงศ์หมิง จึงส่งผลต่อนโยบายระหว่างประเทศของโชซอน โชซอนกลับไปช่วยหมิงอีก จนในที่สุดแมนจูโค่นราชวงศ์หมิงลงได้ แล้วให้คังฮงนิปยกทัพเข้าตีโชซอน ผลคือพระเจ้าอินโจต้องย้ายราชสำนักไปอยู่ที่เกาะคังฮวา(ที่เดียวกับที่พระเจ้าควางแฮอยู่หลังถูกเนรเทศ) แล้วขอเจรจาสันติภาพ แต่แล้วกลุ่มขุนนางก็ยังคงไม่ยอมรับแมนจูอีก ตราบจนหวงไท่จี๋ตั้งราชวงศ์ชิงขึ้นอย่างเป็นทางการ ทางโชซอนไม่ได้ส่งผู้แทนไปร่วม และหวงไท่จี๋ได้ส่งทูตมาเพื่อให้โชซอนยอมเป็นประเทศราช แต่ทางโชซอนกลับเตรียมทหารไว้แล้ว คณะทูตจึงได้กลับไปทูลหวงไท่จี๋ และพระองค์ก็ได้ยกกองทัพ120,000 เพื่อบุกโชซอน ผลคือ โชซอนต้องส่งบรรณาการแก่ราชวงศ์ชิง และยังต้องให้องค์ชาย 2 องค์ คือ องค์ชายโซฮยอง และพงนิม ไปเป็นตัวประกัน รวมถึงพระเจ้าอินโจต้องคำนับพระเจ้าหวงไท่จี๋ตามธรรมเนียม(คือกราบ9ครั้ง) สร้างความอัปยศอดสูต่อพระองค์อย่างมาก