tweetbutton

วันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ซิหยิ่นกุ่ย แม่ทัพคู่บุญถังไท่จง เรื่องเพิ่มเติมจาก “ซิยิ่นกุ้ย จอมทัพคู่บัลลังก์”

เซวีย เหริน กุ้ย หรือที่คนไทยรู้กันในนามว่า “ซิยิ่นกุ้ย” แต่จริงๆถ้าจะออกเสียงให้ถูกต้องในภาษาจีนแต้จิ๋วแล้ว ต้องออกเสียงว่า “ซิ หยิ่น กุ่ย“ เป็นแม่ทัพใหญ่ในช่วงปลายสมัยของถังไท่จง ขึ้นชื่อในฝีมือการรบ เคยรบกับอาณาจักรโคกูรยอทางเกาหลีด้วย (ในค.ศ.640ช่วงปลายสมัยโคกูรยอแล้ว ด้วยความร่วมมือกันกับอาณาจักรชิลลาสมัยพระนางซอนต๊อก ซึ่งความจริงก่อนหน้านี้จีนไม่เคยชนะโคกูรยอมาก่อน แต่ทว่าหลังโคกูรยอเสียนายพล ยอนแกโชมุนไป โคกูรยอก็อ่อนแอลงอย่างชัดเจน จนเสียเอกราชแก่ชิลลาในค.ศ.642) และได้รบกับทิเบต ในค.ศ.670 และเสียชีวิตในค.ศ.683



มีตำนานกล่าวขานว่าถังไท่จงทรงสุบิน(ฝัน)ร้ายว่ามีปีศาจทำร้าย และขุนพลชุดขาวก็มาช่วย โดยฉีม่อกงก็ได้ทำนายว่าบุคคลนี้จะเป็นแม่ทัพที่มาช่วยพระองค์ ถังไท่จงจึงได้สั่งให้ประกาศรับสมัครทหาร และซิยิ่นกุ้ยก็ได้เข้ารับราชการและสร้างผลงานจนได้เป็นแม่ทัพใหญ่ และกินถึงวันละ7ถัง!!! แต่ตายด้วยฝีมือลูกชาย “ซิ เต็ง ซาน” ที่ฝันร้ายว่าถูกเสือกระโจนใส่ ซึ่งมีเรื่องที่กล่าวกันว่า ซิยิ่นกุ้ยเป็นเทพเสือขาวจุติมา(จุติแปลว่าตายนะครับ ไม่ได้แปลว่าเกิดอย่างที่เข้าใจกัน)ส่วนซิเต็งซานเป็นเทพมังกรเขียว ซึ่งตรงข้ามกัน (ตามหลักฮวงจุ้ย มี4ทิศคือ เหนือ – เต่าดำ,ใต้ – หงส์แดง ตะวันออก – เสือขาว และตะวันตก – มังกรเขียว) ซึ่งเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นในสมัยราชวงศ์ชิง หลังสมัยราชวงศ์ถังแล้ว




เรื่องราวของซิยิ่นกุ้ยถูกนำมาทำเป็นหนัง รวมถึงงิ้ว และ“กวยแฉะ”เพลงงิ้วของจีน ซึ่งเรื่องราวจะยาวไปจนถึงรุ่นหลานของซิยิ่นกุ้ย คือ “ซิ กัง” และ1ในนั้นก็คือ “ซิยิ่นกุ้ย จอมทัพคู่บัลลังก์” แต่ทว่าเรื่องราวกลับจบลงที่รุ่นซิยิ่นกุ้ยเอง ไม่ได้ยาวจนรุ่นหลาน ซึ่งถ้าต่อจากนั้นมีตำนานว่าซิเต็งซานถูกประหารทั้งตระกูล ในสมัยถังเกาจง(หลี่จื้อ)โดยถูกกังฉินให้ร้าย พอต่อมาได้ขุดสุสานที่ฝังศพของตระกูลซิ ก็ได้พบว่าส่วนหัวกับส่วนลำตัวได้ต่อเข้ากัน เฉิงเหย่าจิน(ที่ในหนังเรียกกันว่าพระพันปีเฉิง)ก็ได้หัวเราะว่าซิเต็งซานนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ จนตายด้วยวัย120 ปี

เพิ่มติมอีกเล็กน้อยด้วยเรื่องของ “เว่ย เจิง” ขุนนางตงฉินของถังไท่จง ซึ่งในหนังเป็นผู้ทัดทานเรื่องบำเหน็จของแม่ทัพที่ไปรบในป๋อเหลียว(รวมถึงซิยิ่นกุ้ยด้วย)บุคคลนี้ได้ชื่อว่าเป็นกระจกวิเศษของถังไท่จง ทัดทานเรื่องต่างๆที่เห็นว่าไม่สมควร ไม่ดีต่อบ้านเมืองของถังไท่จง เมื่อถึงแก่อสัญกรรม ถังไท่จงทรงเสียพระทัยอย่างมาก พระองค์ทรงตรัสว่า:
การใช้คันฉ่องทองเหลืองสามารถส่องดูการแต่งตัวได้ เฉกเช่นเดียวกับการนำประวัติศาสตร์มาเป็นกระจกเงาสะท้อนให้เห็นถึงความรุ่งเรืองและการล่มสลาย ดังนั้น การนำคนมาเป็นกระจกเงาสามารถทำให้ล่วงรู้ความถูกและความผิดได้เช่นกัน บัดนี้เว่ยเจิงได้เสียชีวิตไปแล้ว ข้าก็ถือว่ามีกระจกเงาน้อยลงไปอีกหนึ่งบาน

อีกหนึ่งคน อี้ ฉือ กง เป็นแม่ทัพใหญ่ของราชวงศ์ถัง จัดได้ว่าเป็นแม่ทัพที่ร่วมรบกับถังไท่จงมาตลอด ซึ่งก็มีตำนานว่าเขามี แส้โบยอ๋อง ที่สามารถโบยฮ่องเต้ประพฤติผิดได้ และได้มีคำทำนายว่าม้าตาย แส้หัก คนตาย ซึ่งอี้ฉือกงมีม้าส่วนตัวชื่อม้าเมฆดำ และเมื่อซิยิ่นกุ้ยถูกให้ร้าย เขาได้เข้าเฝ้าถังเกาจง เพื่อขออภัยโทษ แต่เมื่อไม่เป็นเช่นนั้น อี้ฉือกงจึงได้ใช้แส้นี้ไล่ตีถังเกาจงจนแส้หัก และเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าตัวจึงฆ่าตัวตายโดยเอาหัวโขกเสา

โดยสมัยของซิยิ่นกุ้ยตรงกับสมัยปลายสามก๊กเกาหลี และตรงกับไทยสมัยทวาราวดี และยุคกลางของยุโรป


วันอังคารที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2553

เทศกาลขนมไหว้พระจันทร์ การไหว้ ประเพณี ประวัติศาสตร์ การแข่งขัน

เทศกาลไหว้พระจันทร์ เป็นเทศกาลไหว้ที่ 5 ของปี ตรงกับวันที่15 เดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติจีน (ราวๆกันยายน-ตุลาคม)มีที่มาหลากหลายดังนี้ครับ

1.เกิดขึ้นในสมัยฮั่นอู่ตี้แห่งราชวงศ์ฮั่น เป็นประเพณีไหว้ประจำฤดูใบไม้ร่วง

2.เกิดขึ้นในปลายสมัยมองโกล ที่ชาวบ้านจะยัดใบนัดหมายกันเพื่อรวมตัวขับไล่มองโกลออกไป ลงในขนมไหว้พระจันทร์ โดยที่ชาวมองโกลไม่รู้เรื่องเลย เพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติ พอถึงเดือน 8 ปุ๊บ ทหารมองโกลก็ถูกขับไล่ไปจนหมด

3.เป็นการไหว้เทพธิดาฉางเอ๋อที่ช่วยเหลือด้านการเกษตรของชาวนา

ส่วนเรื่องการไหว้ ปกติจะไหว้กันด้วยเครื่องสำอาง เครื่องประทินโฉมตามแบบของผู้หญิง และขนมไหว้พระจันทร์ ไส้ต่างๆก็ว่ากันไป (ซึ่งจริงๆใส้ทุเรียนมีเฉพาะในไทย และปกติเขามีแค่โหงวยิ้ง หรือถั่ว5อย่าง)และถ้าจะให้เต็มรูปแบบแล้ว ต้องมีเนี่ยเก็งหรือตำหนักเจ้าแม่ ที่เป็นราวแขวนม่านประดับกระดาษพับลวดลายต่างๆอย่างสวยงาม และจัดไหว้ตอนค่ำ



ตัวอย่างเนี่ยเก็งภาพเมื่อ2528ของคุณแม่ แม่บอกว่าใช้เวลาทำนาน ปัจจุบันไม่ได้ทำแล้ว

พูดถึงเรื่องการแข่งขันกันบ้าง ถ้าเมื่อก่อนก็เห็นจะเป็นเนี่ยเก็งนี่เอง โดยเฉพาะชุมชนชาวจีนละก็ จะเห็นกันพรึ่บ ในภาพ ขอให้ดูที่ด้านหลัง จะมีเนี่ยเก็ง2หลัง 2บ้าน ตั้งข้างๆกัน




แต่ทว่า ปัจจุบันคงไม่ใช่อีกแล้ว เห็นจะเป็นขนมไหว้พระจันทร์ซะมากกว่า ทั้งโปรโมชั่น 4แถม1 แถมกล่องสวยๆมั่งแหละ ไส้ขนมที่พิสดารยิ่งกว่าเดิม เช่น ไส้ชาเขียว กาแฟ แถมบางเจ้าเป็นช็อคโกแลตเลยก็มี แถมลดราคาอีก ไปๆมาๆลูกค้าอย่างเราๆเลือกกันไม่ถูกเลยทีนี้

วันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2553

ชอนชู หัวใจเพื่อแผ่นดิน : พัลแฮ....อาณาจักรนี้มาจากไหน

จากละครเรื่องชอนชู หัวใจเพื่อแผ่นดิน ที่ออกอากาศเป็นตอนแรกเมื่อครู่นี้( 12 ก.ย. แทนซอนต๊อก) มีส่วนหนึ่งของเรื่องที่ระบุถึงอาณาจักรพัลแฮ ที่มีรองแม่ทัพเป็นโอรสรัชทายาทพัลแฮ โดยอาณาจักรนี้ มีที่มาดังนี้ครับ


อาณาจักรพัลแฮ เป็นอาณาจักรของชาวโคกูรยอเดิมที่ตั้งโดยแม่ทัพของโคกูรยอตั้งเป็นอาณาจักรขึ้น ตั้งขึ้นหลังการล่มสลายของโคกูรยอ การเกิดอาณาจักรนี้ได้ส่งผลต่อความมั่นคงของชิลลา จึงได้ขอให้จีนในสมัยราชวงศ์ถังเข้าโจมตี แต่ทางจีนได้ยอมรับฐานะของอาณาจักรนี้และทางพัลแฮก็ได้เจริญสัมพันธกับจีน (ต่างจากสมัยที่เป็นโคกูรยอ ที่ค่อนข้างไม่ชอบจีนอยู่พอควร) ต่อมาได้ล่มสลายลงจากการโจมตีของเผ่าชิตันและชนชั้นสูงของพัลแฮก็ได้อพยพลงใต้และรวมเข้ากับโครยอ(เท่ากับว่าอาณาจักรนี้สิ้นสุดในเวลาที่ใกล้เคียงกับชิลลา)โดยชาวพัลแฮก็ได้เข้ารับราชการในอาณาจักรโครยอนั่นเอง

ส่วนชื่ออาณาจักร อาจเรียกได้ 2 ชื่อ คือ บัลแฮ และ พัลแฮครับ ส่วนทางจีนจะเรียกว่า ป๋อไห่


วันจันทร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2553

ชอนชู...หัวใจเพื่อแผ่นดิน...สภาพเกาหลีก่อนยุคสมัยของชอนชู

ซีรี่ย์เรื่องซอนต๊อกซึ่งกำลังจะจบลงไปนั้น หลังจากที่รวมสามก๊กเป็นหนึ่งเดียวได้ในสมัยพระเจ้ามูยอล(คิมชุนชู)แต่แล้วก็กลับมาแตกแยกเป็นสามก๊กอีกครั้งในค.ศ.900 โดยมี 3 อาณาจักร คือ หูแพกเจ หูโคกูรยอ (หูภาษาเกาหลีแปลว่าหลัง จึงแปลได้ว่า แพกเจยุคหลัง และโคกูรยอยุคหลัง) และชิลลาเดิม แต่แพกเจยุคหลังก็ล่มสลายไปก่อน จึงเหลือโคกูรยอยุคหลัง ซึ่งมีผู้นำคือ วังกอน ก็สามารถรวมทั้งสามก๊กได้อีกครั้ง และกษัตริย์ชิลลาองค์สุดท้ายก็ได้สวามิภักดิ์ต่อวังกอนโดยสันติ วังกอนจึงปราบดาตนเป็นกษัตริย์และตั้งชื่ออาณาจักรใหม่ว่า โครยอทรงพระนามว่า พระเจ้าแทโจ (ชื่อโครยอนี้ กลายเป็นที่มาของ Korea และเกาหลีในปัจจุบัน)



ต่อมาเผ่าชิตัน(หรือเผ่าเหลียวที่รุกรานจีน)ก็เริ่มรุกรานโครยอ โดยเริ่มรุกรานอาณาจักรพัลแฮ(ของโคกูรยอเดิม ที่ตั้งขึ้นทางเหนือของชิลลา)และเริ่มขัดแย้งกับโครยอ...รายละเอียดที่เหลือดูในละครก็แล้วกันนะครับ แต่ที่แน่ๆพระเจ้าแทโจ มีคำสั่งไว้ว่าไม่ให้รับวัฒนธรรมชิตันโดยเด็ดขาด ถือเป็นหลักการปกครอง 1 ใน 10 ข้อ ที่เรียกว่า ฮุนโยซิบโจ

วันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน VS Elizabeth The Golden Age หนังสนุกกับจุดที่คล้ายกัน

หลังจากที่ได้ดูซอนต๊อกในวันที่ผ่านมา ทำให้ผมนึกถึงหนังเรื่องที่สนุกๆเรื่องหนึ่ง คือเรื่องนี้นี่แหละครับ Elizabeth The Golden Age หรือ เอลิซาเบธ ราชินี บัลลังก์ทอง (น่าจะแปลว่ายุคทองมากกว่า) ในเรื่องนี้ เป็นหนังอิงประวัติศาสตร์อังกฤษ สมัยพระนางเอลิซาเบธที่1 แห่งราชวงศ์ทิวดอร์ ซึ่งมีชะตาชีวิตคล้ายกับราชินีซอนต๊อก ที่ก่อนครองราชย์ ต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆนานา และขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญกับอิทธิพลของแมรีที่1 หรือแมรี่กระหายเลือด แมรี่ก็คงคล้ายกับมีซิล ที่พร้อมทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองมีอำนาจ แต่แมรี่หนักกว่าเพราะทรงสมรสกับฟิลิปที่ 2 กษัตริย์แห่งสเปน และเมื่อสมรสแล้ว กลับกลายเป็นว่าทรงนำอังกฤษเข้าร่วมสงครามกับสเปน จนในที่สุดเมืองคาเล่ส์ ซึ่งเป็นเมืองสุดท้ายที่อังกฤษมีเหลืออยู่บนยุโรป(ลองกลับไปอ่านหัวข้อสงคราม100ปีดูนะครับเผื่อเข้าใจเรื่องเมืองนี้มากขึ้น)


เรื่องในหนังทั้งสอง ที่น่าจะมีส่วนเกี่ยวกัน ก็คงเป็นสงครามที่พระนางเอลิซาเบธทรงทำกับสเปน คือสงครามอาร์มาดาซึ่งเป็นสงครามครั้งใหญ่และเป็นสงครามที่ทำให้สเปนอ่อนอำนาจลงในยุโรป หลังจากที่เป็นมหาอำนาจของยุโรปมานาน ขณะเดียวกันการรบกับแพกเจของชิลลานี้ ก็ทำให้แพกเจอ่อนแอจนถูกชิลลายึดครองเช่นกัน นอกจากนี้ นิสัยของทั้งสองราชินี ก็เหมือนกันที่ไม่ยอมแต่งงานกับชายใด เพราะไม่ต้องการให้ใครมามีบทบาทเหนือตัวพระองค์เอง ขณะเดียวกัน ทั้งสองก็มีขุนพลคู่ใจ คือ เซอร์ วอลเตอร์ ราเลห์ และ แม่ทัพ คิมยูซิน เคยเป็นคนรักของราชินีทั้งสองด้วย อีกจุดหนึ่ง พระนางแมรี่ สุดท้ายก็ถูกประหาร แต่พระนางเอลิเบธไม่เต็มใจลงพระนามในคำสั่ง ส่วนราชินีซอนต๊อก ก็ไม่ได้ต้องการประหารมีซิล แต่ต้องการเอาตัวมีซิลมาใช้งาน แต่นางกลับกินยาตายซะก่อน

และนี่คือpartแรกของหนังเรื่องนี้ ถ้าต้องการดูต่อก็คลิกดูได้เลยครับ

type="application/x-shockwave-flash" >
Elizabeth The Golden Age อลิซาเบธ ราชินีบัลลังก์ทอง 1/5 - ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่

วันพฤหัสบดีที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2553

วันนี้ในอดีต...ยุทธภูมิเมืองเครซี ในสงครามร้อยปี

สงครามร้อยปี(ค.ศ.1337-1453)เป็นสงครามระหว่างอังกฤษ – ฝรั่งเศส ชื่ออาจเรียกว่าร้อยปี แต่เวลามันเกินกว่าชื่อครับ(116 ปี) มีสาเหตุดังนี้

1. อังกฤษในสมัยราชวงศ์เพลนตาจิเนต (กษัตริย์ที่ขึ้นชื่อหน่อยก็คือ พระเจ้าริชาร์ดใจสิงห์ แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับไพโรจน์ ใจสิงห์นะครับ 555 อีกหนึ่งก็คือ พระเจ้าจอห์น ที่ถูกบังคับให้ลงนามในมหาบัตร แมกนา คาร์ตาที่จะนำไปสู่การมีรัฐธรรมนูญของอังกฤษ) มีที่ดินอยู่จำนวนมากในดินแดนฝรั่งเศส ซึ่งดินแดนที่มีจำนวนมากเหล่านี้ ก็เกิดจากการสมรสกันระหว่างกษัตริย์อังกฤษกับเจ้าหญิงฝรั่งเศส และฝรั่งเศสก็ต้องการดินแดนเหล่านี้คืน

2. กษัตริย์อังกฤษ(พระเจ้าเอ็ดวาร์ดที่ 3)ทรงเรียกร้องสิทธิ์ในราชบัลลังก์ฝรั่งเศส(เพราะตอนนั้นฝรั่งเศสหมดราชวงศ์ครับ)โดยได้อ้างสิทธิ์ทางพระมารดา

3. อังกฤษไม่พอใจฝรั่งเศสหลายเรื่องเช่น การให้ความช่วยเหลือแก่สก็อตแลนด์ในการทำสงครามกับอังกฤษของฝรั่งเศส หรือการขัดขวางการค้าขนสัตว์และเหล้าองุ่นของอังกฤษกับแฟลนเดอร์ของฝรั่งเศส

โดยผลของสงครามนี้ก็คือ อังกฤษเสียเมืองบนฝรั่งเศสทั้งหมดเหลือเพียงเมืองคาเลส์เท่านั้น และฝรั่งเศสก็เป็นฝ่ายชนะโดยความสามารถของโจน ออฟ อาร์ค ที่สุดท้ายก็ถูกกล่าวหาเป็นแม่มดและถูกเผาทั้งเป็น และต่อมาเธอได้รับสถาปนาเป็นนักบุญ


โจน ออฟ อาร์ค (ขอบคุณภาพจาก th.wikipedia.org)

ส่วนเรื่องของยุทธภูมิเครซี ถือเป็นยุทธภูมิที่มีการใช้อาวุธสมัยใหม่ขึ้น โดยที่อังกฤษเป็นผู้ชนะในยุทธภูมินี้

วันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ยอนซันกุน VS ควางแฮกุน จุดเหมือน – จุดต่าง นโยบายในสมัยทั้งสอง เป็นทรราชย์หรือไม่ อย่างไร

สำหรับท่านที่เคยดู บันทึกรักคิมชูซฮน สุภาพบุรุษมหาขันที ตอนกลางไปจนถึงท้ายเรื่อง จะมีองค์ชายองค์หนึ่งคือองค์ชายยอนซํน ที่เป็นโอรสของมเหสียุน หรือยุนโซวา ที่ถูกประทานยาพิษ ต่อมาจะได้ครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งโชซอน และจะถูกยึดอำนาจและเนรเทศไปในเวลาต่อมา

ยอนซันกุน ในหนังคิมชูซอน

ส่วนกษัตริย์อีกพระองค์ คือควางแฮกุน สำหรับท่านที่ได้ดูหนังเรื่องตำหนักนางพญาที่ออกอากาศทางช่อง 3 ทรงขึ้นครองราชย์โดยการสนับสนุนของขุนนางกลุ่มของ จองอินฮง และลียีชอง และยังมีคิมซังกุงร่วมด้วย และในที่สุด ก็ถูกขุนนางฝ่ายตะวันตกยึดอำนาจและถูกเนรเทศไปเกาะคังฮวาในเวลาต่อมา


ควางแฮกุนในหนังตำหนักนางพญา

ทีนี้ เราเรามาดูนโยบายของทั้งสองกันก่อนครับ

ยอนซันกุน - เริ่มต้นก็ทรงสั่งประหารกลุ่มนักปราชญ์ที่เขียนตำราที่ต่อต้านการขึ้นครองบัลลังก์ของพระเจ้าเซโจ ทวดของพระองค์ และต่อมา เมื่อทรงทราบเรื่องการสิ้นพระชนม์ของพระมารดา (มเหสียุน) ก็ได้สั่งให้หาตัวผู้ที่มีส่วนในการสิ้นพระชนม์ และให้ประหารเสีย ซึ่งก็รวมไปถึงพระอัยยิกายินซู ซึ่งเป็นผู้สั่งประหารพระนาง และพระสนมชอง พระสนมออม พระสนมของพระบิดาของพระองค์ รวมทั้งขุดศพ ฮันมยองเฮ หรือใต้เท้าซํงตัง ขึ้นมาตัดหัวประจาน เป็นการประหารนักปราชญ์ครั้งที่สอง ปลายรัชกาล ก็ได้ทรงทำลายพุทธศาสนาในเกาหลีลง โดยการปิดวัดและยึดทรัพย์ของวัดมาทั้งหมด และได้ให้คัดเลือกหญิงงามทั่วประเทศ ซึ่งมีนางโลมมาด้วย และได้รับตั้งเป็นพระสนมซูยง จนเกิดกลียุค และชาวบ้านก็ได้เขียนข้อความด่าพระองค์เป็นอักษรฮันกึล จึงทำให้พระองค์สั่งห้ามใช้อักษรฮันกึล ในที่สุด พระองค์ก็ถูกยึดอำนาจ โดยกลุ่มของปักควอนจง ซองฮึยอัน และถูกเนรเทศไปอยู่ที่เกาะคังฮวา จนสิ้นพระชนม์ในปีเดียวกัน


พระพันปียินซู ในหนังคิมชูซอน

ควางแฮกุน – ทรงสั่งเนรเทศองค์ชายอิมแฮ พระเชษฐาร่วมพระมารดาของพระองค์ ไปที่เกาะคังฮวา แต่ถูกคนของลียีชองบังคับให้ทำอัตวินิบาตกรรม (ฆ่าตัวตาย) ต่อมาทรง เนรเทศองค์ชายยองชาง โอรสของพระพันปีอินมก และก็ได้ถูกรมควันในที่พักจนตาย (ขออธิบายก่อนนะครับ ที่เกาหลีใช้ระบบทำความร้อนที่ใช้ฟืนจุดที่พื้นใต้ถุนบ้านและส่งความร้อนไปทั่วบ้าน เรียกว่าระบบอนโดล ใช้กันมาตั้งแต่สมัยสามก๊กของเกาหลีครับ และเมื่อจุดฟืนมากไป ก็จะร้อนจนรมควันนั่นแหละครับ) โดยคนของลียีชอง ต่อมาก็ได้ทรงเนรเทศองค์ชายนึงชาง โอรสองค์ชายจองวอนพระอนุชาของพระองค์ ไปที่เกาะคังฮวา และได้ถูกบีบให้ทำวินิบาตกรรมเหมือนองค์ชายอิมแฮ ต่อมาก็ได้ทรงปลดพระพันปีอิมมก เป็นเพียงซอกุง ที่มีฐานะเสมือนสนมของกษัตริย์ในรัชกาลก่อน และได้ประหารขุนนางกลุ่มที่หนุนพระพันปี รวมถึงบิดาและพี่น้องของพระนาง รวมไปจนถึงเนรเทศมารดาของพระนาง ในรัชกาลของพระองค์ เป็นช่วงที่ราชวงศ์หมิงของจีน กำลังเข้าสู่จุดล่มสลาย และเผ่าแมนจูก็ตั้งเป็นแคว้นจิน และเข้าโจมตีจีน จึงทำให้โชซอนซึ่งเป็นเสมือนประเทศราชของจีน ตกในฐานะลำบาก เมื่อจีนได้ขอกำลังหนุนจากโชซอน ในขณะเดียวกันแมนจูก็ขอมิให้ส่งกำลังเข้าไปช่วย จึงทรงส่งกองทัพไปช่วย 13,000 คน แต่ก็ทรงได้มีคำสั่งลับกับคังฮงนิบแม่ทัพว่าถ้าเห็นใครได้เปรียบก็ให้ไปช่วยฝั่งนั้น ในที่สุดคังฮงนิบก็ไปช่วยฝั่งแมนจู และพระองค์ก็ถูกกลุ่มขุนนางตะวันตกยึดอำนาจ และถูกเนรเทศไปที่เกาะคังฮวา และสิ้นพระชนม์ในเวลา 20 ปีต่อจากนั้น


พระพันปีอิมมก ในหนังตำหนักนางพญา

ทีนี้ เรามาวิเคราะห์กันดีกว่า ว่าอะไรที่ทำให้กษัตริย์ทั้งสองกลายเป็นกษัตริย์ที่มือเปื้อนเลือดเช่นนี้

ยอนซันกุน – ในส่วนตัวแล้ว เห็นว่าทรงมีปมที่สูญเสียพระมารดา และทรงเจ็บแค้น เรื่องนี้อยู่แล้ว เมื่อทรงรู้ความจริงเข้า จริงทรงระบายและแก้แค้นแทนพระมารดาของพระองค์ จึงเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น และรวมถึงมหาดเล็กกังฉินและขุนนาง ที่คอยยุยงส่งเสริม และต้องการกำจัดกลุ่มอิทธิที่เป็นศัตรูกับตนเองด้วย อีกทั้งทรงเป็นกษัตริย์ที่สร้างความเสื่อมเสียต่ออาณาจักร

ควางแฮกุน – ในส่วนตัวแล้ว เห็นว่าทรงเป็นกษัตริย์ที่อ่อนแอ และเลือกใช้คนผิดอย่างลียีชอง เพราเรื่องการสิ้นพระชนม์ขององค์ชายทั้งสามนั้น หาได้เกี่ยวข้องกับพระองค์ รวมถึงพระพันปีอิมมกที่ถูกปลดนั้น ก็เป็นฝีมือของขุนนาง และพระพันปีนั้นทรงเป็นเพียงพระมารดาเลี้ยงเท่านั้น(ทรงเป็นโอรสที่ประสูติจากสนมกงพิน ในพระเจ้าซอนโจ) และนโยบายที่ส่วนตัวเห็นว่าถูกต้องก็คือ เรื่องการที่ส่งทหารไปช่วยจีนที่กล่าวไปแล้ว เพราะราชวงศ์หมิงก็ถูกล้มลงโดยแมนจูในที่สุด

ต้องขอบอกเป็นเกร็ดเล็กน้อยว่า สังเกตได้ใช่ไหมครับว่าทั้งสองพระองค์ จะลงท้ายพระนามว่ากุน เพราะทั้งสองพระองค์มิได้รับการยอมรับในฐานะกษัตริย์ จึงถูกเรียกว่า กุนซึ่งแปลว่า องค์ชาย

อีกข้อหนึ่งที่สังเกตได้ก็คือ ทั้งยอนซันกุน ควางแฮกุน องค์ชายอิมแฮ องค์ชายยองชาง และองค์ชายนึงชาง ต่างถูกเนรเทศไปอยู่ที่เกาะคังฮวาทั้งหมด

โดยในสมัยโชซอน กษัตริย์ที่ถูกยึดอำนาจ ก็มีเพียง 2 องค์นี้เท่านั้น และส่วนตัวแล้วก็สรุปได้ว่า ยอนซันกุนเป็นทรราชย์ ส่วนควางแฮกุนเป็นเพียงกษัตริย์ที่อ่อนแอเท่านั้น

และเพิ่มเติมในหนังคิมชูซอน จะไม่เห็นการประหารพระพันปียินซู เพราะการสร้างหนังจะต้องมีเนื้อหาที่ซอฟท์ลง การประหารญาติเช่นนี้ถือว่ารุนแรงเกินไปครับ